ใช้เพลงในวิดีโอยังไง ไม่ให้ติดลิขสิทธิ์
คำตอบสั้น
เพลงที่ซื้อหรือสตรีมมาฟัง ไม่ได้ให้สิทธิ์เอาไปใส่ในวิดีโอที่เผยแพร่ ทางที่ปลอดภัยคือใช้เพลงจากคลังเพลงที่ออกใบอนุญาตครอบคลุมช่องทางที่จะลง เช่น เว็บไซต์ โซเชียล โฆษณา หรือโทรทัศน์ ถ้าใช้เพลงที่บอกว่าฟรี ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบว่าใช้เชิงพาณิชย์ได้ไหม และต้องให้เครดิตหรือเปล่า ถ้าต้องการเพลงที่เป็นของแบรนด์เอง ให้แต่งขึ้นใหม่ งานที่ผมทำ ผมเลือกเพลงและเสียงประกอบที่มีสิทธิ์ใช้งานตรงกับช่องทางที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น
ทำไมวิดีโอที่ใส่เพลงดังถึงมีปัญหา
แพลตฟอร์มอย่าง YouTube และ Facebook มีระบบตรวจเพลงอัตโนมัติ ถ้าเจอเพลงที่มีเจ้าของลงทะเบียนไว้ วิดีโออาจถูกเคลม ถูกปิดเสียง ถูกบล็อกในบางประเทศ หรือถ้าเป็นโฆษณาอาจถูกปฏิเสธ ปัญหานี้มักเกิดหลังจากโพสต์ไปแล้ว ซึ่งเป็นจังหวะที่แก้ยากที่สุด
สิ่งที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือ ซื้อเพลงมาแล้ว หรือใส่เครดิตชื่อศิลปินแล้ว จะใช้ได้ ความจริงคือการซื้อเพลงให้สิทธิ์ฟัง ไม่ได้ให้สิทธิ์นำไปประกอบวิดีโอที่เผยแพร่ และการใส่เครดิตไม่ได้แทนการขออนุญาต
4 ทางเลือกที่ใช้ได้จริง
- คลังเพลงที่ออกใบอนุญาต — มีเพลงคุณภาพดีให้เลือกมาก ใบอนุญาตแต่ละแบบครอบคลุมช่องทางต่างกัน ต้องเลือกให้ตรงกับที่จะลง
- คลังเพลงของแพลตฟอร์ม — บางแพลตฟอร์มมีคลังเพลงที่ธุรกิจใช้ได้ แยกจากเพลงที่บัญชีส่วนตัวใช้ ต้องดูว่าบัญชีของคุณเป็นแบบไหน
- เพลงฟรี — ใช้ได้ถ้าอ่านเงื่อนไขครบ บางเพลงห้ามใช้เชิงพาณิชย์ บางเพลงต้องให้เครดิต บางเพลงห้ามใช้ในโฆษณา
- แต่งเพลงใหม่ — เหมาะกับแบรนด์ที่อยากได้เสียงเป็นของตัวเอง ใช้ได้ยาว ไม่ซ้ำกับใคร แต่ใช้เวลาและงบมากกว่า
ช่องทางที่ลง เปลี่ยนเงื่อนไขของเพลง
เพลงเดียวกันอาจใช้ได้บนเว็บไซต์ แต่ต้องใช้ใบอนุญาตอีกแบบเมื่อเอาไปยิงโฆษณาหรือออกอากาศทางโทรทัศน์ ก่อนเริ่มงานผมจึงถามว่าวิดีโอจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วเลือกเพลงที่ครอบคลุมทุกช่องทางนั้นตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเพลงทีหลังเมื่อตัดเสร็จแล้ว
งานของหน่วยงานที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ หรือวิดีโอที่ไปฉายในต่างประเทศ เป็นตัวอย่างที่ต้องคิดเรื่องนี้ก่อน เพราะช่องทางกว้างกว่าการโพสต์ในเพจ
วิดีโองานแต่ง อยากใช้เพลงที่มีความหมายกับเรา
คู่บ่าวสาวหลายคู่มีเพลงที่ผูกพันกับเรื่องของตัวเอง ถ้าวิดีโอนั้นจะโพสต์สาธารณะ เพลงดังมักโดนปิดเสียงหรือบล็อก ทางที่หลายคู่เลือกคือใช้เพลงที่มีสิทธิ์ในเวอร์ชันที่โพสต์ และเปิดเพลงที่มีความหมายในช่วงที่อยู่ในงานจริง เช่น ตอนเดินเข้างาน ซึ่งเป็นเสียงบรรยากาศที่เกิดขึ้นในงาน
เรื่องนี้คุยกันได้ตั้งแต่ตอนวางแผน ผมช่วยเลือกเพลงที่ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับเพลงที่ชอบได้
เสียงอื่น ๆ ในวิดีโอ ก็ต้องคิดเหมือนกัน
ไม่ได้มีแค่เพลงที่ต้องดูสิทธิ์ เสียงประกอบ เช่น เสียงคลื่น เสียงคนในตลาด ฟอนต์ที่ใช้ทำตัวหนังสือบนจอ ภาพหรือฟุตเทจที่ไม่ได้ถ่ายเอง ก็มีเงื่อนไขการใช้งานของตัวเอง ฟอนต์บางตัวใช้ฟรีได้เฉพาะงานส่วนตัว ภาพจากอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ไม่ได้ให้สิทธิ์ใช้งานเชิงพาณิชย์
อีกเรื่องที่มักลืมคือเพลงที่เปิดอยู่ในสถานที่ระหว่างถ่าย เช่น เพลงในร้านอาหารหรือในห้างระหว่างสัมภาษณ์ เพลงพวกนี้ติดเข้ามาในเสียงและอาจโดนตรวจเจอได้เหมือนกัน ช่วงที่ถ่ายเสียงพูดจึงควรขอปิดเพลงในสถานที่ก่อน
สิ่งที่ควรถามช่างวิดีโอเรื่องเพลง
- เพลงที่ใช้มาจากไหน และใบอนุญาตครอบคลุมช่องทางที่เราจะลงไหม
- ถ้าภายหลังอยากเอาวิดีโอไปยิงโฆษณาหรือออกทีวี ต้องทำอะไรเพิ่ม
- ถ้าหน่วยงานต้องการหลักฐานการได้สิทธิ์ ส่งให้ได้ไหม คุยเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเสนอราคา
- เสียงประกอบและฟอนต์ที่ใช้ในวิดีโอมีสิทธิ์ใช้ด้วยไหม